#ตามนั้นค่ะ!! กุญแจซอล เปิดความจริงเรื่อง พ่อแม่ตัดขาด! หัวเราะร่วน รับได้ก็เลี้ยงมาแบบนี้เอง

ข่าวเด่น
Loading...

ได้เวลาเคลียร์ประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้วสำหรับคู่สามีภรรยา กุญแจซอล ป่านทอทอง บุญทอง และฌณัฏฐ์ เลิศพัฒนาไทย หลังจากเจอกระแสดราม่ากุญแจซอลหนีออกจากบ้านมาอยู่กับณัฏฐ์และมีลูกด้วยกันคือ น้องเทคออฟ ลูกชาย และเกิดปัญหาดราม่ากันจนฝ่ายพ่อแม่ หนึ่ง นึกคิด บุญทอง และ มุกดา บุญทอง ประกาศตัดขาดออกจากครอบครัว ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยทั้งคู่มาร่วมงาน “Bangkok Wedding Festival 2018 @Grand Mercure Bangkok Fortune” ณ โรงแรม Grand Mercure Bangkok Fortune ฟอร์จูนรัชดา เลยให้ทั้งคู่มาเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

ทำไมถึงตัดสินใจออกงาน?
กุญแจซอล : เป็นเพราะว่าคิดถึงวงการค่ะ (หัวเราะ) วันนี้ก็ได้มาเดินแบบ ถามว่าตัดสินใจนานไหม นานค่ะ เพราะว่าดูคิวของสามีด้วยว่าตรงกันไหมค่ะ ที่ผ่านมาก็มีคนติดต่องานมาเรื่อยๆ ค่ะ ช่วงนี้รับบ้างไม่รับบ้างเพราะว่าเลี้ยงตัวเล็กด้วย เลี้ยงเองค่ะ วันนี้พี่ณัฏฐ์ก็มาด้วยค่ะ

Loading...

กับกระแสข่าวที่ผ่านมา เราอยากบอกอะไรกับสังคมบ้าง?
กุญแจซอล : ขอไม่บอกอะไรค่ะ (หัวเราะ) เพราะว่ามันเป็นเรื่องในครอบครัวค่ะ ก็ไม่อยากจะพูดอะไร

แต่คนมองเราในแง่ลบไปแล้ว?
กุญแจซอล : ไม่เป็นไรค่ะ

เครียดไหมเพราะข่าวค่อนข้างเยอะ?
กุญแจซอล : ก็มีอยู่แล้วค่ะ
ณัฏฐ์ : ก็เครียดอยู่แล้วครับ ก็ปลอบกัน เป็นกำลังใจให้กันครับผม
กุญแจซอล : ถามว่าสังคมตีความผิดไปแล้วเครียดขนาดไหน แค่ลำพังตอนนี้พอเรามาเป็นแม่มันก็หนักแล้วค่ะ พูดไม่ถูกอะ พอมีน้องแล้วแค่เวลาเราดูแลลูกยังไม่ค่อยได้พักผ่อนเลย นอนไม่ค่อยพอ

เราอยากบอกสังคมยังไงถึงเหตุผลที่เลือกแฟนมากกว่าพ่อแม่?
กุญแจซอล : ขอไม่พูดอะไรดีกว่าค่ะ
ณัฏฐ์ : มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนครับ ไม่พูดอะไรดีกว่า

ตอนนั้นที่มีข่าวเราเครียดมากขนาดไหน?
กุญแจซอล : เครียดมากค่ะ (หัวเราะ)
ณัฏฐ์ : เครียดมากครับ แต่ก็อย่างที่บอกเราก็เป็นกำลังใจให้กัน

จะมีโอกาสได้คุยกับคุณพ่อคุณแม่ไหม?
กุญแจซอล : มันเป็นเรื่องของเวลาค่ะ เราก็บอกไม่ได้ แต่ทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเองเนอะ

มีติดต่อคุณพ่อคุณแม่บ้างไหม?
กุญแจซอล : (มองหน้าณัฏฐ์)
ณัฏฐ์ : ไม่พูดแล้วกันครับผม

เราอยากพาน้องไปหาคุณพ่อคุณแม่เราไหม?
กุญแจซอล : ก็เดี๋ยวรอเวลาที่เหมาะสมค่ะ แต่อย่างที่บอกว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง

ไม่ถึงขั้นตัดขาดกันไปเลย?
ณัฏฐ์ : อันนี้มันหลายๆ อย่าง หลายๆ ปัจจัยมันไม่ใช่ขึ้นอยู่กับเราแค่ 2-3 คนนะครับ มันเป็นเรื่องของหลายๆ คน ก็เป็นเรื่องของอนาคตแล้วกันนะครับ

หลายคนเข้าใจไปว่าณัฏฐ์กักขังหน่วงเหนี่ยวกุญแจซอล เหมือนพรากลูกเขามา?
ณัฏฐ์ : อันนี้ผมไม่สามารถบังคับความคิดของใครได้นะครับ แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านแล้วกันครับ เพราะผมไม่สามารถชี้นำความคิดของใครได้

ณ วันนี้กุญแจซอลคิดว่าสิ่งที่เราเลือกเป็นสิ่งที่ใช่ไหม?
กุญแจซอล : ก็คิดว่าทำให้ดีที่สุดค่ะ เพราะว่าคนเราอยู่ด้วยกัน เราไม่รู้ว่าเราจะอยู่กันได้อีกนานแค่ไหนใช่ไหมคะ เราก็ทำให้ดีที่สุด ยิ่งเราเป็นแม่ สิ่งที่สำคัญก็คือลูก ฉะนั้นตอนนี้เรานึกอย่างเดียวว่าทำยังไงก็ได้ที่จะใช้เวลาที่มีให้มันมีค่าที่สุดค่ะ

วันที่เราเลือกแบบนี้ เราใช้อะไรในการตัดสินใจเลือก?
กุญแจซอล : อย่างที่บอกค่ะว่ามีเหตุผลของตัวเอง ไม่อยากพูดเพราะว่า…
ณัฏฐ์ : ขออนุญาตไม่พาดพิงแล้วกันนะครับผม

พอเราเป็นแม่ เราเข้าใจความรู้สึกของแม่รึยัง?
กุญแจซอล : ก็เข้าใจค่ะ (เราคิดถึงพ่อแม่ไหม?) คิดถึงสิคะ ถามว่าอยากกลับไปหาไหม เดี๋ยวถึงเวลาที่เหมาะสมค่ะ พ่อแม่ใคร ใครก็คิดถึงค่ะ

ทางพ่อแม่เราก็ประกาศตัดขาดไปแล้ว มันมีผลต่อสภาพจิตใจยังไงบ้าง?
กุญแจซอล : ก็มีผลนะคะ แต่ว่าที่บ้านเลี้ยงเราด้วยความที่ไม่ได้เป็นคนหวานตั้งแต่แรก ก็เลยโอเคค่ะ (เราตกใจกับคำว่าตัดขาดไหม?) ตกใจค่ะ

ก่อนหน้านี้คนชื่นชมเรา แต่เวลาผ่านไปหลายคนแอนตี้เรา รู้สึกไงบ้าง?
กุญแจซอล : เราห้ามความคิดใครไม่ได้ ถามว่ามีผลต่อความรู้สึกแค่ไหน อืม บอกไม่ถูกค่ะ
ณัฏฐ์ : นอกจากความรู้สึกมันก็มีเหตุผลปัจจัยอื่น สิ่งที่มันต้องเดินต่อไปมันก็ต้องเดินต่อไปครับ บางอย่างก็ไม่มีอะไรที่มันสมบูรณ์ 100% อยู่แล้วครับ

เวลาเห็นคอมเมนต์ด่าทอเราท้อไหม?
กุญแจซอล : ก็มีบ้างค่ะ มาแบบจัดเต็มมาก (หัวเราะ) ถามว่าคำไหนที่รู้สึกแรงสุดบ้าง มันเยอะค่ะ แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ เราห้ามความคิดใครไม่ได้ ก็แล้วแต่เขา

ณัฏฐ์ให้กำลังใจยังไงบ้าง?
ณัฏฐ์ : บางอย่างเราหาวิธีแก้ปัญหาไม่ได้ อย่างน้อยเราก็ปลอบ คำปลอบโยนบางทีอาจจะช่วยในด้านการแก้ปัญหาไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจกันครับผม แล้วที่สำคัญเรามีตัวน้อยด้วย (ยิ้ม)

ช่วงที่มีข่าวครอบครัวฝ่ายชายค่อนข้างโดนหนัก เขาได้ถามหรือเคลียร์อธิบายอะไรไหม?
ณัฏฐ์ : คือในครอบครัวก็คุยกันอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าเรื่องตรงนี้ไม่มาพูด ณ ที่นี้แล้วกันนะครับ

กุญแจซอลเข้ากับครอบครัวณัฏฐ์ได้ดีใช่ไหม?
กุญแจซอล : หนูอะเข้าได้ แต่ไม่แน่ใจว่าป๊ากับหม่าม้าจะเข้ากับหนูได้รึเปล่า (หัวเราะ) ไม่อยากเข้าข้างตัวเองไงคะ
ณัฏฐ์ : พ่อกับแม่ผมก็เอ็นดูเสมือนลูกสาวอีกคนครับ

พอมีลูกแล้วมันเติมเต็มยังไงบ้าง?
กุญแจซอล : เราก็ได้รู้ว่า… อย่างล่าสุดไปรับปริญญา แค่ครึ่งวันเราก็คิดถึงลูกค่ะ

เห็นว่าวันนั้นพ่อแม่เราก็มางานรับปริญญาน้องสาว แต่ไม่ได้มาหาเรา?
กุญแจซอล : หนูก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ถามว่าน้อยใจไหม อ๋อ ไม่ค่ะ วันนั้นหนูก็รีบเหมือนกันค่ะ อันนั้นก็แทบไม่ได้บอกแฟนคลับ บอกน้อยมาก เขารู้เองว่าหนูไปรับ เราก็ไปกันแค่นี้ แล้วรีบมาให้นมลูกด้วยค่ะ

การเป็นคุณแม่ยังสาวของเราเป็นยังไงบ้าง?
กุญแจซอล : ก็คิดว่าไม่อยากแก่ค่ะ (หัวเราะ) เพราะว่าพอมีลูกเราก็พยายามไปฟิตเนส ต้องดูแลตัวเองนิดนึงค่ะ

พอเป็นแม่คนชีวิตเปลี่ยนไปไหม?
กุญแจซอล : เปลี่ยนค่ะ มาถึงจุดที่แบบเราทานไปแล้วให้นมไปด้วย จุดที่ต้องมานั่งเล่นกับลูก อาบน้ำให้ลูกค่ะ

คิดว่าจะมีคนต่อไปตามมาเลยไหม?
กุญแจซอล : ถามคนนี้ค่ะ (หัวเราะ)
ณัฏฐ์ : ก็ติดตามชมต่อไปแล้วกันครับ

หลังจากนี้จะจัดงานแต่งให้ถูกต้องไหม?
ณัฏฐ์ : เรื่องการจัดงานผมกับกุญแจซอลแต่งงานกันไปเมื่อปีที่แล้วนะครับ วันที่ 7 พ.ค. 2560 ครับ

 

 

ขอบคุณภาพทั้งหมดจากไทยรัฐ

ลูกเลี้ยงยากไหม?
ณัฏฐ์ : ก็ตามคำโบราณบอกว่าอย่าทักว่าเลี้ยงยากเลี้ยงง่าย เอาเป็นว่าก็ชื่นใจครับ

มีคำมั่นสัญญาตอนแต่งงานไหม?
กุญแจซอล : ไม่ค่ะ ไม่ได้สัญญาอะไรเลย
ณัฏฐ์ : เราสู้ด้วยกันมาครับ บอกได้แค่นี้

ถ้าวันนึงลูกโตขึ้นจะอธิบายให้เขาฟังยังไง?
ณัฏฐ์ : เคยคุยกันเรื่องนี้นะครับ วันนึงน้องก็ต้องมีความคิดอ่าน มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ของเขา เราก็คงให้ข้อมูลได้แค่ระดับนึง ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่เขาว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรครับ

งานในวงการจะรับต่อไหม?
กุญแจซอล : ถ้าเกิดมีโอกาสก็อยากนะคะ (ยิ้ม) ก็ยังชอบอยู่ค่ะ แต่ช่วงนี้ก็ยังดูลูก แต่ถ้าเกิดเป็นงานแป๊บๆ ก็ยินดีค่ะ (ยิ้ม)

เราไม่มีสัญญากับช่อง 7 แล้วใช่ไหม?
กุญแจซอล : ใช่ค่ะ เป็นฟรีแลนซ์ค่ะ

กลัวข่าวจะมีผลกระทบกับงานไหม?
กุญแจซอล : ก็แล้วแต่คนจ้างงานเลยค่ะ ถ้าเกิดสบายใจก็จ้าง ไม่สบายใจก็ไม่เป็นไร (หัวเราะ)
ณัฏฐ์ : แล้วแต่แล้วกันครับ แต่นี่คือสิ่งที่กุญแจซอลชอบนะครับ และเป็นสิ่งที่เขาถนัด แทบจะเรียกได้ว่าเป็นวิชาชีพของเขา ที่มาทำตรงนี้เพราะเป็นสิ่งที่เขาชอบ อยากทำ มันก็เป็นส่วนเติมเต็มของชีวิต เพราะงานบันเทิงก็อยู่ในชีวิตกุญแจซอลมา 10 ปีแล้วครับ ผมไม่เคยห้ามครับ

ข่าวที่ว่าณัฏฐ์เป็นคนพากุญแจซอลไปฉีกสัญญากับช่อง 7?
กุญแจซอล : ไม่ได้ฉีกค่ะ คุยกันด้วยดีค่ะ (หัวเราะ)
ณัฏฐ์ : ไม่ได้ฉีกครับ คุยกันด้วยดีนะครับ เพราะไม่สามารถไปฉีกสัญญาอะไรได้อยู่แล้ว

ชีวิตครอบครัวตอนนี้มีความสุขดีใช่ไหม?
กุญแจซอล : ใช่ค่ะ (ยิ้ม)

หลังจากที่โรงพยาบาลเราได้คุยกับพ่อแม่อีกไหม?
ณัฏฐ์ : ไม่บอกแล้วกันนะครับ (หัวเราะ)

ดูเราใจแข็งมาก เหมือนตัดขาดพ่อแม่แล้ว?
ณัฏฐ์ : อย่าพูดว่าตัดขาดเลยได้ไหมครับ ดูรุนแรงไปเนอะ (ยิ้ม)

ขอบคุณภาพจากไทยรัฐ

Loading...